คลื่นเมืองไทยแข็งแรง FM 99 MHz
รายการปัจจุบัน : Healthy Time

คลื่นเมืองไทยแข็งแรง FM 99 MHz

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กีฬาไทย ศึกกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย 2023

358086756_587512800260972_4229271785529924412_n

อีกไม่กี่วันข้างหน้า ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังจะเกิดขึ้นกับวงการ “กีฬาไทย” และ “กรีฑาไทย”! ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย 2023 ระหว่างวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2566 ณ สนามศุภชลาศัย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี!

การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียมีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1973 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยกำหนดจัดขึ้นทุกสองปี ซึ่งที่ผ่านมาการแข่งขันต้องหยุดชะงักไป 2 ครั้งคือ เมื่อปี 1977 จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง และล่าสุดเมื่อปี 2021 ที่จีนกำหนดจะเป็นเจ้าภาพ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันไป
ศึกกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย 2023 ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เป็นเจ้าภาพรายการนี้ ซึ่งสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ได้เตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับนักกีฬากว่า 1,500 คนจาก 42 ชาติสมาชิก

สำหรับสังเวียนการแข่งขัน “สนามศุภชลาศัย” สนามกีฬาที่เก่าแก่ของไทย ได้มีการปรับโฉมใหม่เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานกรีฑาโลก ด้วยการปรับปรุงลู่วิ่ง ติดตั้งลู่ยางสังเคราะห์ใหม่ที่ได้มาตรฐานระดับคลาส 2 นอกจากนี้มีการย้ายบ่อทราย ที่ใช้สำหรับการแข่งขันกระโดดไกล ไปที่ยังริมอัฒจันทร์ด้านกระถางคบเพลิง อีกทั้งย้ายบ่อวิบาก สำหรับการแข่งขันวิ่งวิบาก ให้เข้ามาอยู่ภายในวงลู่ 400 เมตร

นอกจากนี้ยังได้ปรับไฟสปอตไลท์ของสนามให้มีความสว่างเป็น 2,000 ลักซ์ รวมถึงมีการเพิ่มห้องโฟโตฟินิช (Photo finish room) ในจุดเข้าเส้นชัย เพื่อให้ผู้ตัดสินสามารถกำหนดลำดับของนักกีฬาที่ข้ามเส้นชัยพร้อมกันได้อย่างแม่นยำ โดยการใช้รูปถ่ายที่มีความละเอียดสูง

ในส่วนของการแข่งขันนั้นกำหนดชิงชัยทั้งหมด 45 รายการ แยกเป็นประเภทชาย 22 รายการ ประเภทหญิง 22 รายการ และประเภทผสม 1 รายการ ดังนี้

ประเภทชาย 22 รายการ แยกเป็นประเภทลู่ได้แก่ (1) วิ่ง 100 เมตร (2) วิ่ง 200 เมตร (3) วิ่ง 400 เมตร (4) วิ่ง 800 เมตร (5) วิ่ง 1,500 เมตร (6) วิ่ง 5,000 เมตร (7) วิ่ง 10,000 เมตร (8 ) วิ่งข้ามรั้ว 110 เมตร (9) วิ่งข้ามรั้ว 400 เมตร (10) วิ่งข้ามเครื่องกีดขวาง 3,000 เมตร (11) เดิน 20 กิโลเมตร (12) วิ่งผลัด 4×100 เมตร (13) วิ่งผลัด 4×400 เมตร / ประเภทลาน (14) กระโดดไกล (15) เขย่งก้าวกระโดด (16) กระโดดสูง (17) กระโดดค้ำ (18) ทุ่มน้ำหนัก (19) ขว้างจักร (20) ขว้างค้อน (21) พุ่งแหลน (22) ทศกรีฑา

ประเภทหญิง 22 รายการ แยกเป็นประเภทลู่ได้แก่ (1) วิ่ง 100 เมตร (2) วิ่ง 200 เมตร (3) วิ่ง 400 เมตร (4) วิ่ง 800 เมตร (5) วิ่ง 1,500 เมตร (6) วิ่ง 5,000 เมตร (7) วิ่ง 10,000 เมตร (8 ) วิ่งข้ามรั้ว 100 เมตร (9) วิ่งข้ามรั้ว 400 เมตร (10) วิ่งข้ามเครื่องกีดขวาง 3,000 เมตร (11) เดิน 20 กิโลเมตร (12) วิ่งผลัด 4×100 เมตร (13) วิ่งผลัด 4×400 เมตร / ประเภทลาน (14) กระโดดไกล (15) เขย่งก้าวกระโดด (16) กระโดดสูง (17) กระโดดค้ำ (18) ทุ่มน้ำหนัก (19) ขว้างจักร (20) ขว้างค้อน (21) พุ่งแหลน (22) สัตตกรีฑา

ประเภทผสม 1 รายการ (1) วิ่งผลัดผสมรีเลย์ 4×400 เมตร
สำหรับการแข่งขัน 23 ครั้งที่ผ่านมา ทัพนักกรีฑาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน กวาดเหรียญรางวัลมาเป็นอันดับ 1 (317 เหรียญทอง 219 เหรียญเงิน 120 เหรียญทองแดง) ขณะที่นักกรีฑาไทยทำผลงานมาเป็นอันดับที่ 9 (25 เหรียญทอง 30 เหรียญเงิน และ26 เหรียญทองแดง)

ส่วนการแข่งขันในครั้งนี้ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ กำหนดส่งนักกรีฑาไทยเข้าร่วมชิงชัยทุกอีเวนท์ นำทัพโดย “บิว” ภูริพล บุญสอน, จอชชัว โรเบิร์ต แอทกินสัน โดยมีความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลหลายรายการ อาทิ วิ่งผลัด 4X100 เมตรชาย-หญิง, วิ่งผลัด 4×400 เมตรชาย-หญิง, กระโดดสูงชาย เป็นต้น

ขอเชิญชวนแฟนกีฬาชาวไทยไปร่วมส่งกำลังใจให้นักกรีฑาไทย รวมถึงร่วมเป็นสักขีพยานกับหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในการที่ประเทศไทยจะได้แสดงความสามารถและศักยภาพให้ทั่วโลกได้เห็นในความเป็น Sports Hub ของภูมิภาค

#ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ

Premier League Update